วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ญาติผู้ใหญ่กับงานแต่งงานสำคัญฉะไหน?

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าชีวิตคู่มีแค่คนสอง คนเท่านั้น แต่ถึงยังไงเราก็จะต้องปรับตัวเข้าหากันและกัน และจงอย่าลืมว่าเราจำเป็นจะต้องปรับตัวเข้าหาญาติผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายด้วย เพราะคุณอาจจะไม่รู้สึกปลื้มเท่าไรถ้าคุณเข้ากับผู้ใหญ่ฝ่ายเขาไม่ได้จริงมั้ยค่ะ

ญาติผู้ใหญ่กับงานแต่งงานสำคัญฉะไหน? มาดูกัน

ญาติ ๆ อันหมายถึงตั้งแต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ฯลฯ ของแต่ละฝ่ายเริ่มมีส่วนในชีวิตคู่ของเราแทบทุกขั้นทุกตอน ที่เห็นเด่นชัดเป็นรูปธรรมก็ตอนแต่งงาน เคยนั่งคุยกับนักจัดงานแต่งงานหรือ Wedding planner เขาบอกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมักจะคิดฝันอยากให้งานบรรเจิดด้วยไอเดียแปลกใหม่ แต่งานแต่งต้องนึงถึงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอย่าไปทะเลาะกับพ่อแม่ให้เกิดความร้าวฉาน ควรจะฟังความคิดเห็นและนำมาปรับให้ลงตัว น้อยคู่จึงได้จัดงานแบบสมใจนึกบางลำพู
นี่ขนาดคนรุ่นใหม่นะคะดิชั้นก็ถึงบางอ้อเพราะตัวเองและเพื่อนพ้องส่วนใหญ่มักจะบ่นคล้าย ๆ กันว่า มันไม่ได้ดังใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เห็นมั้ยล่ะมันมีเค้าลางมาตั้งแต่ตอนแต่งแล้ว ใครจะลุกขึ้นประกาศกับสุดที่รักในยามหงุดหงิดว่า “ชั้นไม่ได้แต่งกับญาติของคุณนะ” แสดงว่ายังเพ้อพกอยู่เพราะเข้าใจผิดว่าครอบครัวมีเพียงเรา พ่อแม่ลูก เท่านั้น วงศ์สาเครือคนอื่นไม่เกี่ยว จะเกี่ยวก็ขอเกี่ยวห่าง ๆ หรือผูกพันกันเฉพาะเรื่องที่สบายใจหารู้ไม่ว่าของอย่างนี้เขาใส่ห่อรวมกันเสร็จสรรพ
ชีวิตก็เหมือนกินยานั่นแหละค่ะรักษาโรคได้แต่ก็มีผลข้างเคียงทุกเม็ด จะเลือกแบบแรกยืนหยัดอยู่ด้วยลำแข้งของสองเราล้วน ๆ ไม่พึ่งพาความช่วยเหลือหรือฟังความเห็นของใครและไม่ยอมให้ใครพึ่งพาเป็นคนในกระแสที่มีความเป็นปัจเจกชนสูง และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ดีที่ได้ดำเนินชีวิตของตัวเองได้ตามความต้องการไม่ต้องรับความกดดันจากญาติพี่น้อง แต่ก็ต้องต่อสู่ฝ่าฟันเพียงลำพังไปเสียทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องง่าย ๆ บางครั้งก็รู้สึกว่าการเป็นครอบครัวเดี่ยวน่ะแฝงความโดดเดี่ยวเอาไว้ด้วย ยิ่งมัวแต่ก้มหน้าทำมาหากินเลี้ยงลูกไม่คบเพื่อนฝูงยิ่งแล้วใหญ่
หรือเลือกอีกแบบที่มองเห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องทั้งฝ่ายเราหรือฝ่ายเขาเป็นเรื่องดีมีคุณค่าก็จะไม่รู้สึกเคว้งคว้าง เวลามีปัญหาหรือมีปัญหาระหว่างกันก็มีที่พึ่งพา ถ้อยที ถ้อยอาศัยกัน ช่วยดูแลลูก ๆ หลาน ๆ ให้กันได้ ไม่ต้องจ้างคนแปลกหน้าเสมอไป รู้สึกมั่นใจได้มากกว่าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้ใหญ่รู้จักสัมมาคารวะมีพี่ ๆ น้อง ๆ เป็นเพื่อนเล่น รู้จักผูกพันแนบแน่นกับคนอื่นด้วยนอกจากพ่อแม่รู้จักแบ่งปันเพราะลูก ๆ ได้เห็นการแสดงน้ำใจระหว่างเรากับญาติ ๆ เป็นตัวอย่าง
การทำความคุ้นเคยกับญาติของอีกฝ่ายก็มีดีในมุมที่เรามักนึกไม่ถึงเหมือนกันหลายครั้งค่ะที่เราไม่เข้าใจสุดที่รักของเอาเสียเลย ว่าทำไมเขาเป็นอย่างนี้ เป็นปัญหาทะเลาะกันไปใหญ่โตกับแค่ไม่รู้จักเขาดีพอ ถ้าทำความรู้จักคุ้นเคยกับญาติ ๆ ของเขา ก็จะเข้าใจได้ว่าเขาเติบโตมาในวัฒนธรรมประจำบ้านแบบไหนมีคนอีกโขยงหนึ่งละที่เหมือนเขาไม่ได้ผิดประหลาดตรงไหนเลย เพียงแต่แตกต่างจากเราเท่านั้นเองพ่อแม่พี่น้องของเขาก็ยังมีโอกาสช่วยอธิบายความเป็นเขาให้เราคลายความคับข้องใจชีวิตคู่ก็มีโอกาสราบรื่นขึ้น
ความพอดีอยู่ตรงไหนในความสัมพันธ์กับเครือญาติก็น่าจะอยู่ตรงที่ว่าระหว่างสองเราสบายใจหรือไม่อึดอัดจนทนไม่ได้ ครอบครัวที่ปล่อยให้ญาติเป็นผู้ทรงอิทธิพลในการใช้ชีวิตคู่ของเรามากจนล้น ก็บ้านแตกเหมือนกัน
ท่านเหล่านั้นให้คุณให้โทษกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งละค่ะ ถ้าใครเป็นคนน่าคบหาในหมู่ญาติก็จะได้รับความเอ็นดูรักใคร่ ใครเห็นไม่ขวางหูขวางตามีปัญหาก็เต็มใจช่วยเหลือ เพราะเขารู้สึกว่าคนในครอบครัวเขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนดีมีความสุขถ้าดำรงตนเป็นคุณนายปั้นปึ่งเราอาจไม่คิดว่าการทำตัวเหินห่างเย็นชากับญาติ ๆ ของเขาจะมีผลอย่างไร
ญาติเขาก็จะกลายเป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้านของเราน่ะสิคะจะเป็นอื่นไปได้อย่างไร และอาจเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวเราก็จะทำให้คนกลางลำบากใจ ถ้าเรื่องที่จะต้องร่วมชะตากรรมกับเขาไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจเขาเถอะ อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่ตลอดเวลาว่าเรารู้สึกเดือดร้อนรำคาญแต่เพียงผู้เดียวนึกถึงใจเขาดูบ้างเป็นที่พึ่งพาทางใจสำหรับเขาดีกว่ากันเยอะเลย การทำตัวดีและสุภาพกับญาติของเขาเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าเรารักเขาแม้จะไม่ชอบหน้าญาติบางคนของเขาแต่เราทำดีเพื่อให้คนที่เรารักสบายใจ
ส่วนการผูกพันแน่นแฟ้นกับพ่อแม่ญาติพี่น้องฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป ก็ใช่ว่าชีวิตครอบครัวจะราบรื่นไร้คลื่นลมทุกเสาร์อาทิตย์บางครอบครัวมีกติกาว่าต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม พบปะสังสรรค์กับพ่อแม่พี่ ๆ น้อง ๆ มิให้ขาดใครเป็นลูกประเภทชวนป๋วยก็ชวนปวดหัวเพราะถ้าไม่ไปก็รู้สึกผิด ถ้าไปนักคุณพี่ที่รักของเราก็อาจรำคาญจนกระทั่งไม่พอใจ เพราะเราไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยกันประสาพ่อแม่ลูกของเราเองวันหยุดก็เป็นอีกวันที่สร้างความทุกข์ให้กับเรา
จะหาความพอดีก็ต้องคิดให้ได้ก่อนว่าเอาละในเมื่อเรามาสร้างครอบครัวของตัวเองเป็นหน่วยหนึ่งแล้ว เราก็น่าจะมีความเป็นตัวของตัวเองพอสมควรมีแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการเห็นชอบและยอมรับของสมาชิกภายใน ครอบครัวของเราด้วย การรักและผูกพันกับพ่อแม่พี่น้องของตัวเองเหนียวแน่นเป็นเรื่องดีค่ะ แต่เราก็ต้องเดินสายกลางและไม่ลืมว่า เราเองก็ต้องให้เวลาเพื่อความสุขของครอบครัวที่เราก่อร่างสร้างมากับมือด้วย
อาจต้องเปิดใจคุยกันว่าต่างคนต่างรู้สึกอย่างไรต้องการอะไรให้กันได้แค่ไหนและหาโอกาสอธิบายอย่างตรงไปตรงมากับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ว่า อาจหาเวลามาเยี่ยมเยียนน้อยลงไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่หายหน้าหายตาไปเลยยังคงสม่ำเสมอเหมือนเดิม ในยามเจ็บป่วยหรือจำเป็นที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องดูแลญาติของตัวเองก็ควรจะมีเวลามากกว่าการเยี่ยมเยียนปกติ แต่ก็ต้องไม่ปล่อยปละละเลยครอบครัวตัวเองจนบ้านไม่เป็นบ้าน ถ้าเขาต้องไปดูแลก็ควรจะคอยเป็นแรงสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือเท่าที่เราจะสามารถให้ได้(ค่อนไปทางมากหน่อยน่ะ)
น้ำใจน่ะยิ่งให้ก็ยิ่งเป็นสุขนะคะจะบอกให้ คนที่เรารักเขาก็อบอุ่นใจเพราะรู้ว่าเราจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอค่ะ