วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

ศัลยกรรมโหนกแก้ม "เพิ่ม-ลด" เพื่อหน้าสวย

ศัลยกรรมโหนกแก้ม "เพิ่ม-ลด" เพื่อหน้าสวย

ศัลยกรรมโหนกแก้มนั้นสามารถทำให้ใบหน้าหรือที่เรียกกันว่ารูปนั้นดูดีขึ้นได้ค่ะ เพราะบางคนที่มีโหนกแก้มสูงหรือ นูนเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูเก้งกางหรือบางคนที่มีโหนกแก้มแบบแบนหรือเล็กเกินจนแทบมองไม่เห็นก็อาจทำให้ดูขาดมิติทำให้ใบหน้าไม่โดดเด่น ฉะนั้น ศัลยกรรมโหนกแก้ม จะเพิ่มหรือจะลดแล้วแต่ปัญหาของแต่ละคนแต่ว่า ศัลกรรมสามารถช่วยให้คุณสวยได้ค่ะแต่อย่าลืมที่จะศึกษาก่อนทำด้วยนะค่ะ

เสริมโหนกแก้มเพิ่มความนูน 

คนที่มีปัญหาโหนกแก้มแบนหรือเล็กเกินไปสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเสริมโหนกแก้ม หลักการก็คือแพทย์จะเสริมความนูนโหนกของปุ่มกระดูกโหนกแก้มให้มีมากขึ้นโดยให้มีความกลมกลืนกับกระดูกโหนกแก้มเดิมมากที่สุด

วัสดุที่นำมาใช้ในการเสริมโหนกแก้มีด้วยกัน 2 อย่าง คือ การเสริมด้วยกระดูกจริงซึ่งกระดูกที่นำมาใช้เลาะมาจากบางส่วนของร่างกาย เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกซี่โครง แต่วิธีนี้มีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายด้านโดยเฉพาะจะต้องมีแผลเป็นเพิ่มมาอีกที่หนึ่ง และมักจะได้ความนูนของกระดูกโหนกแก้มไม่มากอย่างที่ต้องการ ดังนั้นความนิยมของวิธีนี้จึงน้อยลงไป

ส่วนอีกวิธีหนึ่ง เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั่นคือ การเสริมด้วยแผ่นซิลิโคนหรือสารสังเคราะห์อื่นโดยซิลิโคนที่นำมาใช้นั้นมีทั้งชนิดที่เป็นแผ่นสำหรับแพทย์นำมาเหลาขึ้นรูปเอง และชนิดที่ทำสำเร็จเป็นรูปโหนกแก้มมาแล้วในขนาดต่าง ๆ กันตามแต่ความต้องการ ส่วนจะเลือกใช้ชนิดใดนั้นขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ซึ่งจะพิจารณาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย ใครที่เป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยขอเรียนว่า วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุที่ปลอดภัยและไม่ค่อยก่อปฏิกิริยาต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังหมดห่วงว่าจะมีแผลเป็นเพิ่มอีกที่หนึ่งด้วยเพราะไม่ได้ไปตัดหรือเลาะมาจากส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเลย

คนไข้ที่จะผ่าตัดเสริมโหนกแก้มจะต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของใบหน้าอย่างละเอียดรวมถึงประเมินขนาดของซิลิโคนที่จะใช้ จากนั้นแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลเพื่อเอาแผ่นซิลิโคนที่เตรียมไว้จัดขวางที่โหนกแก้มตามต้องการซึ่งในส่วนของขั้นตอนนี้แพทย์สามารถปฏิบัติได้ 2 วิธี คือ ผ่าตัดเข้าทางด้านในปากและผ่าตัดเข้าทางแผลใต้ตาล่าง

การผ่าตัดเข้าทางปาก
 จะเริ่มต้นด้วยการฉีดยาชาที่กระพุ่งแก้มด้านในบริเวณเหนือซอกเหงือกจากนั้นจะผ่าตัดเปิดแผลยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วแยกกล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกใบหน้าขึ้นไปจนถึงบริเวณโหนกแก้มหลังจากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกให้เป็นช่องที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดของซิลิโคนที่เตรียมไว้แล้วจึงวางแผนซิลิโคนไว้ในช่องเยื่อหุ้มกระดูกตรงตำแหน่งของโหนกแก้มพอดี เมื่อตรวจสอบตำแหน่งเรียบร้อยแล้วจึงเย็บปิดด้วยไหมละลายและเพื่อไม่ให้แผ่นซิลิโคนขยับเขยื้อนจากตำแหน่งที่จัดวางไว้ แพทย์อาจจะใช้พลาสเตอร์ปิดทับภายนอกบริเวณเหนือโหนกแก้มหลังจากนั้นก็รอเวลาที่แผ่นซิลิโคนจะติดแนบกับกระดูกต่อไป

ส่วนการผ่าตัดเปิดแผลที่เปลือกตาล่างในตำแหน่งที่ชิดกับขนตาแพทย์จะแยกชั้นกล้ามเนื้อผิวหนังขึ้น เพื่อเข้าไปหารอยต่อของขอบกระดูกเบ้าตา จากนั้นจะเปิดเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มเป็นช่องขนาดที่ต้องการ เช่นเดียวกับวิธีแรกแล้วจึงวางแผ่นซิลิโคนลงไปที่ตำแหน่งโนหกแก้ม แม้วิธีนี้จะมีแผลที่บริเวณเปลือกตาแต่แผลที่ตำแหน่งนี้มักจะหายโดยไม่ค่อยทิ้งร่องรอยให้สังเกตเห็นชัดเจนนัก

ภายหลังการผ่าตัด
 คนไข้จะต้องระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณโหนกแก้มเพราะอาจทำให้เกิดการขยับเขยื้อนของแผ่นซิลิโคนออกจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้ โดยปกติแผ่นซิลิโคนจะใช้เวลาติดแนบแน่นกับกระดูกประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไป

การผ่าตัดเสริมโหนกแก้ม มักจะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงตามมามากนักหากคนไข้ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดอาการบวมที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะยุบบวมเข้าที่ภายในหนึ่งเดือนส่วนอาการขาบริเวณโหนกแก้มและริมฝีปากอาจเกิดขึ้นได้แต่มักเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

ส่วนการเสริมโหนกแก้มด้วยวิธีที่ผิด ๆ เช่น ฉีดน้ำมันซิลิโคนเหลวเข้าไปนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่งและยุ่งยากในการแก้ไขภายหลัง ดังนั้นจึงไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อของบรรดาหมอเถื่อนทั้งหลายเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง

ลดโหนกแก้ม

คนที่มีโหนกแก้มนูนสูงเกินไปก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้เช่นกัน แต่ควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อดี-ข้อเสีย รวมถึงขั้นตอนการทำอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำเพราะเมื่อผ่าตัดให้โหนก แก้มลดลงแล้วจะมาเปลี่ยนใจอยากแก้ไขด้วยว่าไม่ชอบใจหรือเหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่จะทำให้ยากค่ะ

ขั้นตอนการผ่าตัดลดโหนกแก้มนั้น แพทย์จะต้องวางยาสลบคนไข้ทุกรายและภายหลังทำต้องนอนพักฟื้นที่ รพ. 1-2 คืน เพื่อที่แพทย์จะได้ดูแลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยขั้นตอนการทำมีด้วยกัน 2 วิธี ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีใดก็คงต้องประเมินจากสภาพของคนไข้เป็นสำคัญ

เริ่มจากวิธีแรกก่อน วิธีนั้นแพทย์จะใช้วิธีการเหลาหรือกรอให้กระดูกเรียบลงแม้ว่าวิธีนี้จะง่ายกว่า อีกวิธีหนึ่งที่จะกล่าวถึงต่อไป แต่ก็มีข้อจำกัดนั่นคือ จะทำในกรณีที่ต้องการลดไม่มาก เช่น ในรายที่มีโหนกแก้มสูงเล็กน้อยโดยแพทย์จะผ่าตัดเข้าทางช่องปากด้านบน 2 ข้าง แล้วใช้เครื่องมือกรอกระดูกบริเวณด้านนูนของกระดูกโหนกแก้มลง วิธีนี้สามารถทำให้ความกว้างของใบหน้าส่วนกลางแคบลงไปมากนัก

ส่วนอีกวิธีหนึ่ง แพทย์จะผ่าตัดเลื่อนหรือยุบกระดูกโหนกแก้มโดยอาจผ่าตัดเข้าทานเหนือศีรษะโดยรอบจากหน้าหูด้านหนึ่งไปด้านบนกระหม่อมแล้ววกกลับมาอีกด้านหนึ่งเหนือหูหรืออาจเลือกผ่าตัดเข้าทางช่องปากก็ได้ โดยผ่าตัดตรงรอยต่อระหว่างกระดูกโหนกแก้ม, กระดูกเบ้าตา และกรามบนให้หลุดจากกัน หลังจากนั้นก็เลื่อนกระดูกโหนกแก้มจากจุดยืดเกาะเดิมลงด้านในเพื่อให้ส่วนนูนและความกว้างของใบหน้าลดลงจากนั้นยืดตรึงกระดูกให้อยู่กับที่ด้วยเหล็กยืดชนิดพิเศษ (Titanium) แม้ว่าวิธีนี้จะทำได้ค่อนข้างยากและใช้เวลานาน (โดยเฉพาะถ้าผ่าตัดจากในช่องปากเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะ) แต่ก็ไม่ถือว่ายากจนกินไปหากอยู่ภายใต้การดูแลองศัลยแพทย์มือดีมีประสบการณ์โดยตรง

สำหรับอาการบวมหรือฟกช้ำดำเขียวจากการผ่าตัดก็คงต้องเตรียมใจเอาไว้แต่ต้นนะครับเพราะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะปกติได้เอง ส่วนอาการชาบริเวณโหนกแก้มและริมฝีปากที่อาจพบได้นั้นเป็นเพราะในระหว่างผ่าตัดอาจมีการดึงรั้งของเส้นประสาทในบริเวณดังกล่าว แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ท่านที่มีปัญหาโหนกแก้มนูนสูงเกินไปหรือไม่ก็แบบเกินไปคงจะรู้สึกนั่นใจมากขึ้นนะครับ อย่างน้อยก็ทราบว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ ส่วนว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็คงต้องประเมินผลดีผลเสียกันเอาเอง แต่ถ้าตัดสินใจไม่ตกเพราะยังไม่กระจ่างในแง่ของรายละเอียดหรือขั้นตอนการรักษาจะมาพูดคุยปรึกษาหารือกับแพทย์ก่อนก็ไม่ว่ากันค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารสวยด้วยแพทย์ ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต